บริษัท ฟอร์เรสทัวร์ จำกัด

733/5 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม
แขวงสะพานสอง
เขตวังทองหลาง กทม. 10310

โทร 02-514-9021-6
แฟกซ์ 02-514-9027
Website : foresttour.com

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/01147

Toursim Authority of Thailand (TAT) Licence :11/01147

Kashmir

รหัสทัวร์ :
IND HMAY04(AI)SEP-DEC
ประเทศ :
Kashmir
สายการบิน :
Air India (AI)

วันเดินทาง 8 วัน 6 คืน

21-28 กันยายน 2562 39,900
20-27  ตุลาคม 46,900
21-28 พฤศจิกายน 46,900
5-12 ธันวาคม 46,900
28 ธันวาคม 62 – 4 มกราคม 2563 48,900

 

รายการท่องเที่ยว

วันแรก

กรุงเทพฯ – เดลลี – ชัยปุระ

06.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 9-10 แถว W  สายการบินแอร์ อินเดีย (AI) โดยเจ้าหน้าที่บริษัทฯ  คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน
08.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี (New Delhi) ประเทศอินเดีย (India) โดยโดยสายการบินแอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 333(ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง)  (บริการเครื่องดื่มอาหารร้อนบนเครื่อง) (ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 30 นาที) เวลาที่อินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง
12.00 น เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี(New Delhi) ตามเวลาท้องถิ่น ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว…
บริการข้าวเหนียวหมูทอด เพื่อสะดวกแก่การเดินทาง (1)
12.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองชัยปุระหรือเมืองสีชมพู (Pink City) (ระยะทาง 275 กม.) (ประมาณ 5-6 ชม.)เมืองชัยปุระ หรือ เมืองจัยปูร์ เป็นเมืองหลวง และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐราชสถาน อีกทั้งเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุด สิ่งปลูกสร้างโดยเฉพาะในบริเวณตัวเมืองเก่านั้นได้รับการทาสีให้เป็นสีชมพู แต่คนส่วนใหญ่เห็นมันเป็นสีส้มแดงมากกว่า สาเหตุที่เมืองนี้ถูกทาสีชมพู ในสมัยของมหาราชา Ram Singh อินเดียยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เพื่อต้อนรับกษัตริย์ Edward VII จากสหราชอาณาจักร (ในสมัยที่ดำรงพระยศเป็น Prince of Wales ) เมื่อปี ค.ศ.1853 จึงมีรับสั่งให้ราษฎรทาสีบ้านเรือนเป็นสีชมพู เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่กษัตริย์เจ้าอาณานิคม     จัยปูร์ในอดีต ถือเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ทั้งด้านวัตถุและวิทยาการสถาปัตยกรรม จะสังเกตได้จาก วังและป้อมโบราณตลอดจนบ้านเรือน นำท่านชม พระราชวังแห่งสายลม Hawa  Mahal (ถ่ายรูปด้านนอก) หรือ Palace of the wind ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายพระราชวังที่อยู่ในกำแพงเมืองของนครสีชมพูแห่งนี้ ไม่ได้ พระราชวังสายลมเคยเป็นฮาเร็ม ของมหาราชา มีลักษณะเป็นอาคาร 5 ชั้น สร้างด้วยหินทรายออกแดงคล้ายสีปูนแห้ง เป็นรูปแบบของสถาปัตยกรรม สไตล์เปอร์เซียกับโมกุล ที่สวยเด่น คือ ลวดลายฉลุหินตามหน้าต่าง ช่องระบายอากาศที่บรรดา นางสนมในวังใช้เป็น ที่แอบดูชีวิต ความเป็น อยู่ของสามัญชนทั่วไป และประโยชน์อีกอย่างคือเป็นช่องแสงและช่องลมมีช่องหน้าต่าง จำนวนมากถึง 152 ช่อง อยู่บริเวณตลาดฮาวามาฮาลบาซาร์ (Hawa Mahal Bazaar) ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง อาทิ กำไร สร้อยคอ เสื้อผ้า ต่างๆมากมาย แบบชาวราชาสถาน สำควรแก่เวลา นำท่านเข้าสู่ที่พัก…
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย (2)
นำท่านเข้าที่พัก HOTEL RAMADA  (เมืองชัยปุระ) หรือเทียบเท่า

วันที่สอง

เมืองชัยปุระ (เมืองสีชมพู)

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)
08.00 น. นำท่าน โดยรถโค๊ช เดินทางสู่ พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท และ พิเศษนั่งช้างขึ้นสู่พระราชวังชั้นใน พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท (Amber Fort) เดิมเคยเป็นราชธานีของเมืองชัยปุระ สร้างที่เคยเป็นป้อมปราการเก่าในศตวรรษที่ 11 สร้างขึ้นโดยมหาราชาแมนสิงห์ ใน ปี ค.ศ. 1592 และเสร็จสิ้นลงในสมัยของมหาราชาใจสิงห์ ป้อมแห่งนี้เป็นต้นแบบที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบราชปุต (Rajput) นอกจากนี้ในสมัยก่อนด้านล่างของป้อมยังเป็นทะเลสาบ จึงเป็นปราการสำคัญเพื่อป้องกันข้าศึกได้อีกชั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของราชวงศ์กาญจวาหา อยู่หลายร้อยปี ก่อนมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 จะตัดสินใจย้ายลงไปสร้างเมืองใหม่ยังชัยปุระ….ภายในพระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ท ประกอบด้วยพระตำหนักต่างๆ  ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างในสมัยของมหาราชามาน ซิงห์ (Maharaja Man Singh) ใน ปี ค.ศ. 1592 และได้มีการขยายต่อเติมโดยมหาราชาองค์ต่อๆมา ทั้งนี้ในช่วงที่ป้อมแอมแมร์ ขยายออกมาจนใหญ่โตนั้น จักรวรรดิโมเลกุลเข้ามามีอิทธิพลในดินแดนนี้แล้ว จึงทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมภายในเป็นการผสมผสานระหว่างราชปุตกับโมกุล เปลี่ยนรถรถจี๊ปขึ้นสู่ภายในพระราชวัง  ได้เวลาอันสมควรนำท่านนั่งรถจ๊ปลงสู่รถโค๊ช…จากนั้นนำท่าน แวะ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ณ ชลมา ฮาล (JAL MAHAL) หรือพระราชวังน้ำ (WATER PALACE) ซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่กลางทะเลสาบมันสกา (Man Sagar) โดยพระราชวังแห่งนี้และทิวทัศน์ของทะเลสาบโดยรอบถูกต่อเติมและปรับปรุงโดยมหาราชา สะหวาย จัย สิงห์ที่ 2 ตัวพระราชวังนั้นสร้างได้อย่างสวยงามตามสถาปัตยกรรมราชปุตและโมกุล ซึ่งสามารถพบได้ทั่วไปในสิ่งก่อสร้างในรัฐราชสถาน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม (4)
บ่าย นำท่านชม พระราชวังหลวง หรือ พระราชวังซิตี้พาเลซ (City Palace) พระราชวังอันเป็นที่ประทับของมหาราชาแห่งชัยปุระ สร้างขึ้นในสมัยมหาราชาไสว จัย ซิงห์ที่ 2 จากนั้นก็ได้รับการดูแลต่อเติมโดยมหาราชาของชัยปุระรุ่นต่อๆ มา โดยสถาปัตยกรรมได้รับการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบราชปุตกับโมกุล โดยซิตี้พาเลซ….ได้เปิดให้เข้าชมในนามของพิพิธภัณฑ์ไสวมานซิงห์ ภายในเขตพระราชฐาน มีศาลาว่าราชการ ที่มหาราชาใช้ปรึกษางานกับราชบริพาร ตั้งอยู่กลางผังพระราชวัง และเหยือกเงิน(Silver Urms) แท้ๆ 2 ใบของมหาราชามัดโฮ ซิงห์ ที่ 2 (Maharaja Madho Singh II) ซึ่งเหยือกสีเงินนี้จะวางอยู่ของประตูทางเข้า เหยือกนี้มีความสูงถึง 1.6 เมตร บรรจุน้ำได้ 900 ลิตร ในอดีตเคยถูกใช้บรรจุน้ำจากแม่น้ำคงคาเพื่อนำไปใช้ในพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 และชมความงามของ ปทัมนิวาสชอว์ก (Pitam Niwas Chawk) หรือ เรียกกันว่า ลานนกยูง (Peacock Courtyard) นกยูงถือว่าเป็นสัตว์ประจำรัฐราชาสถาน ลานนกยูงซึ่งถือว่าเป็นไฮไลต์ของพระราชวังแห่งนี้ด้วย ในอดีตใช้เป็นลานสำหรับแสดงกลางแจ้งของนางรำ เพื่อความบันเทิงและสำราญของมหาราชาในสมัยนั้น ที่ลานนี้ยังมีประตูที่สวยๆ 4 บานประตู โดยแต่ละประตูจะมีภาพวดแทนสัญลักษณ์ของทั้ง 4 ฤดู ได้แก่ ฤดูฝน-ประตูนกยูง ฤดูร้อน-ประตูดอกบัว ฤดูหนาว-ประตูลายดอกไม้ และฤดูใบไม้ผลิ-ประตูสีเขียวตอง โดยแต่ละประตูจะออกแบบมาไม่เหมือนกันมีเทพฮินดูองค์เล็กๆประดับเหนือประตูแต่ละบาน และจากลานนกยูงเราสามารถเห็นส่วนของวังส่วนตัวของครอบครัวมหาราชาคนปัจจุบันแห่งเมืองจัยปูร์…จากนั้นชมหอดูดาวจันตาร์มันตาร์ (Jantar Mantar) จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองชัยปุระ โดยได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2010สร้างและคิดค้นขึ้นโดยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 ด้วยทรงมีความสนพระทัยและพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์ จึงได้ทรงรับสั่งให้สร้างหอดูดาวแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมๆ กับการก่อสร้างพระราชวังซิตี้พาเลซ เพื่อใช้ดูความเคลื่อนไหวของพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว โดยหอดูดาวจันตาร์มันตาร์แห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในสมัยโบราณ เนื่องจากจะใช้คำนวณฤกษ์เวลาในการออกรบนั่นเอง จันทาร์ มานทาร์ จากนี้แล้วมหาราชาไสวจัย ซิงห์ที่ 2 ยังได้สร้างหอดูดาวในลักษณะนี้อีก 4 แห่ง ซึ่งหนึ่งในสี่อยู่ใจกลางเมืองเดลี และ อยู่ที่เมือง Ujjain , Varanasi และ Matura นาฬิกาแดดที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะอยู่ที่จัยปูร์มีความสูงถึง 28 เมตร ที่มีความเที่ยงตรง บอกเวลาที่เมืองจัยปูร์ได้โดยเฉพาะซึ่งเวลาจะไม่ตรงกับเวลามาตรฐานของอินเดีย การเดินทางมาชมจันทาร์ มานทาร์ ควรมาในช่วงเวลาที่มีแดดจะได้เห็นเงาของแสงที่นาฬิกาแดดบอกเวลาได้
จากนั้น…พาท่านอิสระช้อปปิ้งสิ่งทองแห่งเมืองหลวงรัฐราชาสถาน
19.00 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรม อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย (5)
นำท่านเข้าที่พัก HOTEL RAMADA  (เมืองชัยปุระ) หรือเทียบเท่า

วันที่สาม

เมืองชัยปุระ – บิคาเนอร์-จัยแซลเมียร์ (เมืองสีทอง)

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6)
08.00น. ออกเดินทางสู่เมืองบิคาเนอร์ นำท่านชม ป้อมสีแดงแห่งเมืองบิคาเนอร์ หรือ ป้อมจูนนาการ์ (Junagarh Fort) วังมหาราชาที่อยู่ในสภาพดีสุดแห่งหนึ่งในราชาสถาน สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1588 ถูกสร้างขึ้นโดยราชปุต Rao Bika ด้วยการต่อสู้กับชนพื้นเมือง จนสามารถตั้งถิ่นฐานแม้ผ่านการรุกรานจากมหาโมกุลหลายครั้ง แต่ทะเลทรายที่อยู่รอบด้าน รวมทั้งความกล้าหาญของนักรบ ช่วยให้เมืองอยู่รอดเสมอมา ภายในป้อมใหญ่ แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น Chandra Mahal, Phool Mahal, Karan Mahal และ Anoop Mahal
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม (7)
บ่าย ออกเดินทางสู่ เมืองจัยแซลเมียร์ (JAISALMER) ระยะทาง 300 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง จัยแซลเมียร์ คือเมืองที่ได้รับสมญานามว่า “นครสีทอง” ตั้งอยู่บนที่ราบสูง กลางที่ราบทะเลทรายธาร์ มีกำแพงสูงใหญ่ดูโอฬาร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ทางตะวันตกสุดของแคว้นราชาสถาน ในอดีตเคยเป็นเส้นทางการค้าที่ สำคัญระหว่างอินเดียกับตะวันออกกลาง นครแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นจากหินทรายสีเหลืองเป็นส่วนใหญ่ เมื่อยามต้องแสงอาทิตย์อัสดงที่ไล้ลงบนพื้นผิวของหินเหล่านี้ ก็จะปรากฏให้เห็นเป็นสีทองอร่ามตา และนี่คือที่มาของสมญา “นครสีทอง” ด้วยเหตุที่จัยแซลเมียร์เคยเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญ ส่งผลให้พ่อค้าวาณิชย์ในตระกูลดังๆ หลายๆคนร่ำรวยกันอย่างมหาศาล กลายเป็นอภิมหาเศรษฐี มีคฤหาสน์ที่ใหญ่โตมโหฬาร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (8)
นำท่านเข้าที่พัก DERT TULIP HOTEL (เมืองจัยแซลเมียร์) หรือเทียบเท่า

วันที่สี่

จัยแซลเมียร์ (เมืองสีทอง)

07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (9)
08.00 น. นำท่านชม ทะเลสาบกาดซิซาร์ (Gadsisar Lake) โอเอซิสขนาดมหึมาท่ามกลางทะเลที่สร้างโดยมหาราชาวาลกาดซี ราว ค.ศ.ที่ 14 ซึ่งทะเลสาบนี้เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของเมืองจัยแซลเมียร์ รอบๆ ทะเลสาบจะมีวัดเล็กๆ ในช่วงฤดูหนาวจะได้พบเห็นนก นานาชนิดโดยรอบทะเลสาบ รอบๆ ทะเลสาบจะมีวัดและอนุสรณ์สถานเล็กๆ สีเหลืองทองอร่าม ในอดีตด ทะเลสาบแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำสำคัญของเมือง แต่ปัจจุบัน ใช้เป็นสถานที่จัดงานประเพณี “กานกัวร์” (Gangaur) ซึ่งจัดขึ้นในเดือน มีนาคม-เมษายน ของทุกปี โดยมีมหาราวัลของจัยแซลเมียร์เป็นผู้ทำนำพิธีด้วยตัวเอง ซึ่งประเพณีนี้ หญิงโสดจะโยนดอกไม้ลงไปในทะเลสาบและอธิษฐานขอคู่ชีวิตที่ดีๆ
10.00 น. นำท่านชมป้อมจัยแซลเมียร์ (Jaisalmer Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่อยู่ท่ามกลางทะเลสาบ สร้างโดย Bhatti Rajput rule Rawal Jaisal ค.ศ. 1156 โดยป้อมนี้ถือว่าเป็นป้อมที่สร้างลำดับที่ 2 ของรัฐราชสถานรอบๆ ป้อมจัยแซลเมียร์มีหอรบถึง 99 หอ โดยศัตรูหลักของเมืองนี้คือ บรรดาเจ้าราชปุตของนครต่าง ๆ รวมถึงจักรพรรดิอัคบาร์แห่งโมกุล ซึ่งต่อมากลายเป็นเขยของเมืองนี้ไปในที่สุด ปัจจุบัน ป้อมจัยแซลเมียร์เป็นป้อมเดียวในอินเดียที่มีผู้คนอาศัยอยู่ด้านบนบนเขาทิตรีกูฏชมความสวยงามของ ปราสาททราย ที่ตั้งตระหง่านท่ามกลางทะเลทรายภายในป้อมมีบ้านพักของชาวบ้านที่พำนักอยู่อาศัยมานานนับร้อยปีท่านจะได้เห็นทัศนียภาพของเมืองจัยแซลเมียร์ ….โดยรอบ ชม ฮาเวลีพัทวันกี (Patwon Ki Haveli) มีขนาดใหญ่และหรูหรามที่สุดในบรรดาฮาเวลีด้วยกัน เพราะเจ้าของเป็นนักธุรกิจ ซึ่งร่ำรวยที่สุดในยุคนั้นชื่อ กุมัน ซันด์ พัตวา (Guman Chand Patwa) และใช้เวลาสร้างถึง 50 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1805  มีจุดเด่นอยู่ตรงจาโรกัสที่มีมากถึง 66 ระเบียง ชมคฤหาสน์เสนาบดี หรือ ฮาเวลี (Haveli)ฮาเวลีแบบจัยซัลแมร์นั้น สามารถสร้างโดยที่เจ้าของจะต้องมีเงินทองมากมายจึงจะทุ่มเงินสร้างคฤหาสน์ไว้อยู่อาศัยได้ แต่นอกจากความใหญ่โตแล้ว ฮาเวลีของเมืองจัยซัลแมร์นั้น มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่เหมือนเมืองอื่นๆ คือ เป็นคฤหาสน์ที่สร้างจากหินทรายสีทอง ส่วนอาคารชั้นล่างยกสูงจากพื้นเพื่อป้องกันฝุ่นจากทะเลทราย วัดเชน (Jain Temples) ที่ตั้งอยู่บนป้อมจัยซัลแมร์ กลุ่มวัดเชนประกอบด้วยวัด 7 วัด มีวัดประธานซึ่งมีขนาดใหญ่สุดมีชื่อว่า จันทราปราพู (Chandraprabhu Temple) พระราชวังของมหาราวัล (Palace of the Maharawal) ตั้งอยู่ด้านขวามือของป้อมจัยซัลแมร์ เป็นพระราชวังขนาด 5 ชั้น แบ่งเป็นห้องต่างๆ ซึ่งตกแต่งสวยงามตามสไตล์ราชปุต โดยห้องที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ กัชวิลล่าส์ (Gaj Villas) ซึ่งบุ ผนังด้วยกระเบื้องลายสีฟ้าเข้มจากประเทศฮอลแลนด์ นอกจากนี้ พื้นที่บางส่วนยังเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของใช้ส่วนตัวสมาชิกในราชวงศ์บาติ ฮาเวลีซาลิมซิงห์กี (Salim Singh Ki Haveli) คฤหาสน์ทรงดอกเห็ด สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1815 เจ้าของเดิม เจ้าของดั้งเดิมคือ ท่านซาลิม ซิงห์ (Salim Singh) ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ที่สำคัญ ฮาเวลีแห่งนี้ยังมีรูปทรงเฉพาะตัวคือ ชั้น ล่างกว้างแต่ชั้นบนแคบลงเหมือนดอกเห็ด โดยส่วนที่เหมือนดอกเห็ดนั้น ถือเป็นจุดเด่นของคฤหาสน์นี้ เพราะประกอบด้วยซุ้มโค้งทั้งหมด 38 โค้ง มีโดมด้านบนตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำเงิน นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นที่งานแกะสลักของแต่ละ ระเบียง ซึ่งสวยงามและมีลวดลายที่แตกต่างกันในแต่ละระเบียง
13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ FORT RAJWADA  HOTEL (10)
15.00 น. นำท่านเดินทางสู่ ทะเลยทรายธาร์ ห่างจากตัวเมืองออกไปราว42 กิโลเมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังในจัยแซลเมียร์…ทะเลทรายธาร์ (Thar หรือ Indian Desert ) มีเนื้อที่ประมาณ 114,000 ตารางไมล์ เป็นสันทรายที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของเมืองจัยซัลแมร์ มีคำกล่าวว่าถ้ามาอินเดียฝั่งทิศตะวันตกแล้วไม่ได้มาที่นครสีทอง “จัยซัลเมียร์” ก็เสมือนว่ายังมาไม่ถึงแคว้นราชาสถานของอินเดียโดยสมบูรณ์..นำท่านขี่อูฐสู่ทะเลทรายทาร์ ชมสันทรายแห่งนี้
Sam Sand Dunes เป็นที่ซึ่งโค้งขอบฟ้าจรดกับผืนแผ่นทรายได้อย่างงดงาม…ทะเลทรายธาร์ เนินทรายแห่งนี้เป็นที่ซึ่งโค้งขอบฟ้าจรดกับผืนแผ่นทรายสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังใน จัยแซลเมียร์ ได้อย่างงดงามเกินคำบรรยาย
18.30 น. เวลาอันสมควรพาท่าน…ชมโชว์การเต้นระบำราชาสถาน และ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (11)
20.00 น. นำท่านเดินทางกลับโรงแรมที่พัก อิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
นำท่านเข้าที่พัก ณ  DERT TULIP HOTEL (เมืองจัยแซลเมียร์) หรือเทียบเท่า

วันที่ห้า

จัยแซลเมียร์ – จ๊อดปูร์ (โยธะปุระ)(เมืองสีฟ้า)

06.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (12)
07.00 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองจ๊อดปูร์ (Jodhpur) โยธาปุระ เมืองสีฟ้า (ระยะทางประมาณ290กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง) “เมืองจ๊อดปูร์” เมืองที่ได้ฉายาว่าเมืองแห่งความตายเพราะอยู่กลางทะเลทรายธาร์ในอดีต เมืองสีน้ำเงินจ๊อดปูร์ Jodhpur หรือ เมืองโยธะปุระ ในปัจจบันเป็นเมืองโรแมนติกหรือเมือง โยธะปุระ นครนักรบ ทั่วทั้งเมืองเป็นสีฟ้าน้ำทะเล ใหญ่เป็นอันดับสองในแคว้นราชาสถาน ตั้งโดยสร้างโดย มหาราชา ราโอ จอดา (Rao Jodha) แห่งราชวงศ์ Rathorถือเป็นเมืองเก่าแก่ของพวกราชบุตรเป็นต้นกำเนิดของอีกหลายราชวงศ์เช่นราชาแห่งบิคาเนอร์ก็เคยเป็นเจ้าชายแห่งจ๊อดปูร์ความเก่าทำให้เมืองนี้มีมนต์ขลังเป็นศูนย์กลางของราชาสถานตั้งแต่อดีตกาลนานหลายร้อยปี สีน้ำเงินหรือสีฟ้านี่เป็นสีของวรรณะพราหมณ์แล้วเมืองนี้ก็มีคนวรรณะนี้มาก บ้านเรือนเลยทาสีน้ำเงินทั้งเมือง กับเหตุผลที่2ก็คือ เพราะความที่อยู่กลางทะเลทรายธาร์ ที่ร้อนแล้ง การทาบ้านเรือนสีฟ้าหรือสีน้ำเงินจะทำให้ดูสบายตาและเย็นใจมากขึ้น..
13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม (13)
14.00 น. นำท่านชม ป้อมเมห์รานการห์ (Mehrangarh Fort ) ป้อมนี้เป็นป้อมโบราณที่มีความยิ่งใหญ่และเป็นหนึ่งในสี่ของพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ป้อมปราการที่ยาวเหยียดข้ามเขาถึง 125 ลูก ภายในมีพระราชวังที่สวยงามและใหญ่ที่สุด และเป็นจุดชมวิวเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด ไม่มีป้อมปราการใดจะงามสง่าเท่าเมห์รานการห์ฟอร์ทแห่งนี้ มหาปราการหินถูกสร้างบนเนินเขาสูง 122 เมตร ใน ค.ศ. 1459 เมื่อฤาษีท่านหนึ่งบอกว่ามหาราชาจ๊อดธะ พระองค์ควรสร้างเมืองขึ้นที่นี่ จ๊อดปูร์เป็นศูนย์กลางอาณาจักรใหญ่แต่ครั้งโบราณ ป้อมจึงถูกเสริมเติมแต่งให้มีขนาดใหญ่มหึมา ภายในตกแต่งด้วยแก้วหลากสี แบ่งห้องหรือท้องพระโรงขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง ได้แก่ ตำหนักMoti Mahal , Sheesh Mahal , Phool Mahal ป้อมเมห์รานการห์เป็นป้อมโบราณที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ภายในยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม

1.Phool Mahal พระตำหนักพูลมาฮาล หรือ พระตำหนักแห่งมวลดอกไม้ สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1724 โดยได้รับการยกย่องว่าสวยงามและละเอียดอ่อนที่สุดในบรรดาตำหนักทั้งหมดที่อยู่ภายในป้อม ภาพวาดที่ผนังและเพดานเป็นผลงานของศิลปินเพียงท่านเดียว ส่วนใหญ่เป็นภาพวาดลายดอกไม้และเถาไม้ประดับจำนวนมาก โดยเีรียกการวาดภาพแบบนี้ว่า รักมาลา (Ragmala Painting) จุดประสงค์ของห้องนี้ใช้เพื่อความสำราญ ฟังดนตรีและชมการเต้นรำ

2.ลานราชาภิเษก (Coronation Courtyard) ที่้เรียกชื่อนี้เพราะมีบัลลังก์แกะสลักด้วยหินอ่อน ซึ่งเป็นที่ประทับของมหาราชาแห่งจ๊อดปูร์ในวันที่ได้รับการสถาปนาให้ปกครองเมืองแต่ละยุคตั้งอยู่

3.ตำหนักจันกิมาฮาล (Jhanki Mahal) ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์เปลเด็ก ซึ่งงดงามมีเอกลักษณ์สมกับเป็นเครื่องใช้ของเชื้อพระวงศ์

4.พิพิธภัณฑ์ล้ำค่า เป็นพิพิธภัณฑ์เสลี่ยงหรือปัลกิกานา เป็นเสลี่ยงโบราณสวยงามและหาชมได้ยาก และยังมีห้องแสดงประทุนหลังช้าง ของมหาราชายุคต่างๆ มีส่วนที่ใช้แสดงอาวุธต่างๆ ที่ใช้ในอดีตสำหรับสู้รบ

5.พระตำหนักโมติมาฮาล (Moti Mahal) หรือพระตำหนักไข่มุก จุดเด่นอยู่ที่การนำเปลือกหอยมุกมาบด ก่อนนำไปผสมปูนแล้วฉาบลงบนผนังห้อง ทำให้เวลาค่ำคืนจุดเทียนผนังห้องจะดูแวววาว ส่วนเพดานใช้กระจกเป็นสีๆ จุดประสงค์ของห้องนี้เพื่อใช้ในการหารือราชการกับข้าราชบริพารระดับสูง

6.ตากัตวิลลา (Takhat Villa) เป็นห้องนอนหรูหราอลังการ ของมหาราชาตากัต ซิงห์ (Maharaja Takhat Singh) ที่ห้องมีความแปลกคือเพดานมีการประดับประดาด้วยลูกบอลคล้ายลูกบอลคริสต์มาส

จากนั้น พาท่านชม อนุสรณ์สถานจาสวานต์ธาดา (Jaswant Thada) สิ่งปลูกสร้างสีขาวสะอาดตา ที่  สร้างด้วยหินอ่อนหลังคาทรงปรางค์ปราสาทประดับโดยหินอ่อน ตั้งอยู่ห่างจากป้อมเมหุ์รานการห์ ไปประมาณ 1 กิโลเมตร อนุสรณ์นี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่ออุทิศให้กับมหาราชาจัสวันต์ ซิงห์ที่ 2 (Maharaja Jaswant Singh II) หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว 4 ปี โดยเป็นมหาราชาที่ได้การนับถือจากประชาชนมากมาย เป็นทั้งผู้ริเริ่มโครงการชลประทาน จัสวันต์ธาดาสร้างจากหินอ่อน จากแหล่งเดียวกับที่นำไปสร้างทัชมาฮาล….สมควรเวลานำท่านชม วัง “อูเมด พาวัน” (Umaid Bhawan)และถ่ายเป็นที่ระลึก (ด้านนอกเท่านั้น)  ก่อสร้างขึ้นตามโครงการจ้างงานชาวบ้านที่ยากจน เพื่อให้ชาวบ้านมีงานทำในช่วงที่ร้อนจัด สร้างโดย มหาราชาอุเมด ซิงห์ (MAHARAJA UMAID SINGH) มีห้องทั้งหมด 347 ห้อง ใช้เวลาสร้าง 15 ปี โดยคนงาน 300 คน ตัวพระราชวังได้รับการออกแบบจากสองสถาปนิกชาวอังกฤษ ตกแต่งแบบ อินโด-โคโลเนียล สร้างด้วยหินทรายสีเนื้อ อยู่บนเนินเขาสูง ปัจจุบันก็เป็นที่พำนักของมหาราชแห่งจ๊อดห์ปูร์และกันบางส่วนไว้สำหรับเป็น โรงแรมระดับห้าดาว พาคณะท่านเข้าชมในส่วนบริเวณพิพิธภัณฑ์สำหรับนักท่องเที่ยว
 19.30 น. รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย (14)
 นำท่านเข้าที่พัก THE FERN  HOTEL JODHPUR   หรือเทียบเท่า

 วันที่หก

 จ๊อดปูร์ (โยธะปุระ) – เมืองรานัคปูร์ –อูไดปูร์

 07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (15)
 08.00 น.  นำท่านเดินทางสู่เมืองอุไดปูร์ ….เมืองอูไดปูร์ เวนิสแห่งตะวันออกในอินเดีย….. (ระยะทางประมาณ290กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง) เมืองอูไดปูร์ (Udaipur) เมืองท่องเที่ยวที่รู้จักกันในชื่อ เวนิสแห่งตะวันออก และ เมืองแห่งทะเลสาบ โดยเมืองอูไดปูร์นั้นเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและน่ามาเยือนมากเป็นอันดับต้นๆของรัฐราชสถาน (Rajasthan) ระหว่างทางผ่าน เมืองรานัคปูร์ (Ranakpur)  นำท่าน ชมวิหารเชน (Chaturmukha Jain Temple) เป็นวิหารของศาสนาเชน สร้างโดยคหบดี Dharna Sah เมื่อเกือบ 500 ปีก่อน ภายในประกอบด้วยห้องโถงกว่า 24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และเสาถึง 1,144 ต้น เสาแต่ละต้นจะถูกแกะสลักอย่างงดงามมาก คิดเป็นพื้นที่แกะสลักกว่า 3,000 ตารางเมตร ทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม เมื่อสร้างวัดนี้จำเป็นต้องสร้างเมืองขึ้นมาเพื่อเป็นที่อาศัยของคนงานนับหมื่น และเป็นสถานที่ ที่สำคัญแห่งหนึ่งซึ่งผู้คนเดินทางมาเพื่อแสวงบุญ ทั้งยังเป็นที่ที่ใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญมากสำหรับผู้นับถือศาสนาเชน เมืองดังกล่าวตั้งชื่อว่า “รานัคปูร์” เพื่อเป็นเกียรติแด่มหารานา แห่งราชาอาณาจักร ผู้อนุญาตให้สร้างวัด
 กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ระหว่างทาง (16)
 บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองอุไดร์ปูร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแคว้นราชาสถาน (ประมาณ 2.30 ชม.)เมืองอุไดร์ปูร์  ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐราชาสถาน เป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขา และทะเลสาบมากมาย ทำให้เมืองอุไดปูร์มีความเขียวชะอุ่มกว่าเมืองอื่นในรัฐราชาสถาน เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และโรแมนติกมากเมืองหนึ่งของอินเดีย โดยเฉพาะยามเย็นบรรยากาศริมทะเลสาบพิโคลา มีโรงแรม Lake palace สีขาวกลางน้ำ และ City palace ตัดกับแสงอาทิตย์ยามเย็นพร้อมแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน เมืองอุไดปูร์ถูกสถาปนาในช่วงกลางศตวรรษที่ 15 และตั้งชื่อตามมหารานา อุได ซิงห์ที่ 2 (Maharana Udai Singh II) ผู้สถาปานา ซึ่งสือบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ซิโซเดีย (Sisodia) ที่ครองอาณาจักรเมวาร์ (Memar) มาอย่างต่อเนื่องหลายร้อยปี และ ที่สำคัญราชวงศ์นี้ นับว่ามีความแข็งแกร่งสุดในบรรดากลุ่มเจ้าราชปุตด้วยกันไม่ยอมก้มหัวให้ผู้รุกรานต่างชาติ และยังต่อสู้กับจักรวรรดิโมกุลได้นานที่สุด อาณาจักรเมวาร์เคยอยู่ที่เมือง Chittor ห่างจากเมืองอุไดปูร์ไป 115 กิโมเมตร แต่มหารานาอุได ซิงห์ที่ 2 ตัดสินใจทิ้งเมือง Chittor ให้กับกองทัพของจักรพรรดิอัคบาร์ และสร้างเมืองอุไดปูร์เป็นราชธานีขึ้นมาแทน เนื่องจากการต่อสู้กับกองทัพของจักรพรรดิ์อัคบาร์หลายครั้งจนสามารถครองความเป็นรัฐอิสระมาได้ยาวนาน แต่ในปี ค.ศ. 1736 ก็พลาดท่าให้กับอาณาจักรมาราทัส ก่อนตัดสินใจรวมเข้ากับอินเดียในที่สุด เมืองอุไดปูร์ในปัจจุบันนับว่าเป็นเมืองใหญ่ไม่แพ้เมืองอื่นๆในราชาสถาน…
 16.30 น.  นำท่านเดินทางไปล่องเรือ ทะเลสาบ พิโคลา (Pichola Lake) ทะเลสาบที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุไดปูร์ โดยทะเลสาบแห่งนี้มีความกว้าง 3 กิโลเมตร และมีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร สร้างโดย มหาราชานาอุดัย สิงห์ที่ 2 เมื่อปี 1743 ชมทิวทัศน์รอบทะเลสาบยามเย็น มีเกาะอยู่ 2 เกาะคือ Jag Niwas เป็นที่ตั้งของ Lake Palace สร้างโดย Maharana Jagat Singh II เมื่อปี ค.ศ. 1743 ให้เป็นพระราชวังฤดูร้อน ทะเลสาบพิโคลา เป็นที่ตั้งของเกาะ 2 แห่ง โดยเกาะแรกตั้งอยู่กลางทะเลสาบเป็นที่ตั้งของ พระราชวังจักนิวาส (Jag Niwas Palace) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโรงแรมเลกพาเลซ ส่วนอีกเกาะซึ่งมีขนาดเล็กกว่า ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือของ พระราชวังจักมันเดียร์ (Jag Mandir Palace) ซึ่งปัจจุบันคือ โรงแรมการ์เดนพาเลซ (Lake Garden Palace) โรงแรมระดับ 5 ดาว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณคืนละ 15,000 บาท ไปจนถึง 200,000 กว่าบาท          ล่องรือชมเสน่ห์ยามเย็นที่เมืองอูไดปูร์ ทิวทัศน์รอบทะเลสาบที่มีฉากเป็นมหาราชวังอย่างเช่น Lake Palace ในยามเย็นแสงอาทิตย์กระทบวังที่ทำด้วยหินอ่อนจับแสงแดยามเย็นเป็นสีทองและสะท้อนให้เกิดภาพเงาในทะเลสาบสวยงาม…ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ที่พัก
 19.00 น.  รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม พักผ่อนตาม (17)
 นำท่านเข้าที่พัก HOTEL RAMADA PLAZA UDIAPUR   หรือเทียบเท่า

 วันที่เจ็ด

 อูไดปูร์ – เดลลี

 07.00 น.  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (18)
 08.00 น.  นำท่านเดินทางไปชม วัดจักดิศ (Jagdish Temple) เป็นวัดฮินดูที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอุไดปูร์ มีอายุเกือบ 400 ปี สร้างในปี ค.ศ. 1651 ในสมัยของมหารานาจากัต ซิงห์ที่ 2 (Maharana Jagat Singh II) เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองเป็นอย่างมาก โดยภายในมีหินสีดำแกะสลักเป็นรูปจากานนาท ซึ่งเป็นภาคหนึ่งชองพระวิษณุ และยังมีจุดเด่นอยู่ตรงการแกะสลักผนังวัดเป็นรูปนางอัปสรา และสัตว์ลักษณะัต่างๆ อย่างละเอียด โดยภายในวิหารไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะคะ แต่ภาพนอกวัดถ่ายได้ ใกล้ๆกับวัดจักดิศมีร้านขายสินค้าที่ระลึกมากมาย……หลังจากที่ชมวัดเสร็จ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งของที่ระลึก ตามอัธยาศัย จนถึงเวลานัดหมาย
จากนั้นเดินไปสู่พระราชวิงซิตี้พาเลซ (City Palace) หรือ พระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่สุดในราชาสถานเพราะมีพื้นที่กว่าสองหมื่นตารางเมตร ส่วนของอาคารสูงสุดวัดได้ 30.4 เมตร และยาวเหยียดติดทะเลสาบพิโคล่า ปัจจุบันบางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล และมีการจัดการแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายให้ผู้คนเข้าชม พื้นที่ภายในพระราชวังแห่งนี้ปัจจุบันได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกที่ติดกับทางเข้าทั้งแถบ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ส่วนที่สองเป็นที่พักของมหารานาคนปัจจุบันและครอบครัว

  • ห้องแสดง Chetak ม้าคู่ใจของมหารานา
  • Courtyard Madan Vilas ชมวิวพระราชวังกลางทะเลสาบ
  • ตำหนักดิลคูสชัลมาฮาล (Dilkhushal Mahal)
  • ห้องคันช์กีบาร์ช (Kanch Ki Burj)
  • พระตำหนักโมติมาฮาล (Moti Mahal) หรือ เพิร์ลพาเลซ (Pearl Palace)
นำท่านชม (ภายนอก) ของฟาเตห์ ประกาห์ พาเลช (Fateh Prakash Palace) ซึ่งมหาราชาองค์หนึ่งอยากได้เฟอร์นิเจอร์คริสตัลมาประดับวัง แต่ไม่ชอบเครื่องเรือนสไตล์ยุโรป จึงบัญชาให้กรมช่างในราชอาณาจักรทำเครื่องเรือนต้นแบบจากไม้ แกะสลักลวดลายสวยงามก่อนส่งไปยังอังกฤษเพื่อให้บริษัทคริสตัลทำเฟอร์นิเจอร์ตามแบบนั้นจากนั้นจึงค่อยส่งกลับมาประดับไว้ที่วังแห่งนี้
 กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (19)
 บ่าย  สมควรแก่เวลาเดินทางสูสนามบินภายในประเทศ
 15.10 น.  ออกเดินสู่เมืองเดลลี” โดยสายการ AIR INDIA  เที่ยวบินที่ AI 472
 16.30 น.  ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธีร์ เมืองเดลลี(New Delhi) ตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
 19.00 น.  เช็คอิน ที่เคาเตอร์สายการบิน AIR INDIA  ระหว่างประเทศเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ เพื่อโหลดสำภาระ จากนั้นผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง อิสระช๊อปปิ้งสินค้าภายในสนามบินได้ ตามอัธยาศัย และ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
 อิสระอาหารค่ำ ใน สนามบิน ตามอัธยาศัย เพื่อสะดวกกับการเชคอิน
 23.00 น.  ออกเดินทางสู่กรุงเทพ ฯ โดยสายการบินแอร์ อินเดีย  เที่ยวบินที่ AI 332 (บนเครื่องมีบริการอาหารร้อนและเครื่องดื่ม)

 วันที่แปด

 สุวรรณภูมิ(กรุงเทพฯ)

 04.40 น.  เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ
********************************************
หมายเหตุ :

  1. เวลาที่ปรากฏในโปรแกรมกับการปฏิบัติจริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขอให้ท่านรับทราบคำแนะนำการเปลี่ยนแปลงการนัด หมายเวลาในการทำกิจกรรมอีกครั้งจากหัวหน้าทัวร์
  2. บริษัทอาจทำการเปลี่ยนแปลงรายการ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม แต่จะยึดผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะของสายการบิน โรงแรมที่พัก ภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงานฯลฯ ตลอดจนสภาวะทาง เศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองภายใน อันเป็นสาเหตุให้ต้องเลื่อนการเดินทางหรือไม่สามารถจัดพาคณะท่องเที่ยว ได้ตามรายการ

“ราคาทัวร์สำหรับลูกค้าที่ถือพาสปอร์ไทยเท่านั้น”

อัตราค่าบริการ (บาทต่อท่าน)   

  • ราคาเดียวทุกที่นั่ง
  • พักเดี่ยวเพิ่ม 8,500-10,500 บาท 
**หากท่านที่จะอกอตั๋วภายในประเทศ (เครื่องบิน รถไฟ รถทัวร์)กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วเนื่องจากสายการบินอาจมีการหรับเปลี่ยน ไฟล์ท หรือ เวลาบิน โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
หมายเหตุ

** บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินทั้งไปและกลับโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขึ้นอยู่กับสายการบินบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสมไม่ว่าจะเกิดจากความขัดข้องของยานพาหนะหรือมีเหตุหนึ่งเหตุใดจนทำไม่สามารถดำเนินการตามหมายกำหนดการได้ตามโปรแกรมการเดินทางเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมหรือเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยวบางรายการหรือทดแทนรายการท่องเที่ยวบางรายการและจำต้องมีจำนวนผู้โดยสาร15ท่านขึ้นไปจึงออกเดินโดยทางมีหน้าทัวร์ไทย

เงื่อนไขการให้บริการ

1)       บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหายไม่ว่ากรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของไทยไม่ อนุญาตให้เดินทางออกหรือกองตรวจคนเข้าเมืองของแต่ละประเทศไม่อนุญาตให้เข้าเมือง

2)       บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ในการที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าชดเชยความเสียหาย อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ทาง บริษัทฯไม่ สามารถควบคุมได้เช่นการนัดหยุดงาน, จลาจล, การล่าช้าหรือยกเลิกของเที่ยวบิน

3)       บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรแกรมรายการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า (โปรแกรมและ รายละเอียดของการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาวะอากาศและเหตุสุดวิสัยต่างๆที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าโดยทางบริษัทฯคำนึงถึงผลประโยชน์และความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางเป็นสาคัญ)

4)       บริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

5)       กรณีที่คณะไม่ครบจานวน 10 ท่านทางบริษัทฯสงวนสิทธิ์ในการงดออกเดินทางโดยทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการเดินทาง

6)       เมื่อท่านทาการซื้อโปรแกรมทัวร์ ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านรับทราบและยอมรับเงื่อนไขของหมายเหตุทุกข้อแล้ว

7)       ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทฯ จะไม่ขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

อัตรานี้รวม

  1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด
  2. ค่าโรงแรมที่พักตามรายการที่ระบุ (สองท่านต่อหนึ่งห้อง)
  3. ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
  4. ค่าอาหาร ตามรายการที่ระบุ
  5. ค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับหนังสือเดินทางไทย ยื่นแบบออนไลน์เท่านั้น (ไม่ต้องโชวร์ตัว)
  6. ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 200,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
อัตรานี้ไม่รวม

  1. ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง (PASSPORT) และค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนชาวชาติ หรือ คนต่างด้าว
  2. ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในรายการและค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
  3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันของสายการบิน (ถ้ามี)
  4. ค่าทำเอกสารผู้ถือต่างด้าว /ค่าวีซ่าที่มีค่าธรรมเนียมแพงกว่าหนังสือเดินทางไทย
  5. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  6. ค่าน้ำหนักเกินพิกัดตามสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม /ค่ากิจกรรมพิเศษ (ถ้ามี)
  7. ค่าทิปรวมตลอดการเดินทาง รวม 50 USD หรือ 1600 บาท/ต่อลูกค้า 1 ท่าน ตลอดการเดินทาง

***ทิปหัวหน้าทัวร์ไทยแล้วแต่ความพึงพอใจในบริการของท่าน บริษัทฯมิได้มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของท่านเพื่อเป็นกำลังใจให้กับหัวหน้าทัวร์ที่บริการท่าน***

เงื่อนไขการจอง

  1. กรุณาวางเงินมัดจำ ท่านละ 15,000 บาท พร้อมแจ้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง หรือ Copy Passport มาที่บริษัทฯ ภายใน 3 วันหลังการจอง…. (ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น)หากต้องยื่นวีซ่า ต้องเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าให้เรียบร้อยภายใน 2-3 วันหลังจากทำการจองแล้ว (ใช้เวลาขอวีซ่าไม่ต่ำกว่ำ 7วันทำการ)
  2. การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯจะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วันท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนดเนื่องจากทางบริษัทต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบินมิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

*** ในกรณีที่ท่านโอนเงินจากต่างจังหวัด ไม่รวมค่าธรรมเนียมและค่าบริการของธนาคาร

กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ทราบถึงการโอนเงินของท่าน ทางโทรศัพท์หรือทางไลน์ เพื่อส่งฐานการโอนเงินของท่านเพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่าน

เงื่อนไขการให้บริการ

  1. สงวนสิทธิ์ในการคืนมัดจำทุกกรณี

3)       แจ้งยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน   **เฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว** เก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

4)       แจ้งยกเลิกก่อนการเดินทาง 20 วัน   เก็บค่าใช้จ่าย100%   ของราคาทัวร์

5)       แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง 15-29 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 15,000 บาท

6)       แจ้งยกเลิกน้อยกว่า 15วันก่อนเดินทางทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

7)       บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมดกรณีท่านยกเลิกการเดินทางและมีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจานวนที่บริษัทฯกำหนดไว้ (10ท่านขึ้นไป) เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อทางบริษัทและผู้เดินทางอื่นที่เดินทางในคณะเดียวกันบริษัทต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

8)       สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจาทั้งหมด

9)       กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรองบริษัทฯจะพิจารณาเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่นค่าตั๋วเครื่องบินค่าห้อง ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นตามจริง ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้

10)     กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจำให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า, ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอกเช่น โรงแรม ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป

11)     กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

12)     กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป

13)     กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด

14)     บริษัทเป็นเพียงตัวแทนการท่องเที่ยว สายการบิน และตัวแทนการท่องเที่ยวในต่างประเทศซึ่งไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจาก การที่ท่านถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าออกเมือง อันเนื่องมาจากการที่ท่านมีเอกสารเดินทางที่ไม่ถูกต้องหรือมีสิ่งผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง  หรือภัยธรรมชาติ, ภัยการเมืองฯลฯ หรือเหตุสุดวิสัย ที่ทางบริษัทฯไม่สามารถควบคุมได้หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่นการเจ็บป่วย ถูกทำร้าย หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ

  เงื่อนไขการเดินทาง

  1. บริษัทฯ มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
  2. บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ และอื่นๆที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรงหรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย, การถูกทาร้าย, การสูญหาย, ความล่าช้า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
  3. หากท่านยกเลิกก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลงทางบริษัทฯจะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้วไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  4. บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
  5. รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯ อีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สารองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
  6. ราคานี้คิดตามราคาตั๋วเครื่องบินในปัจจุบัน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับสูงขึ้น บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะปรับราคาตั๋วเครื่องบินตามสถานการณ์ดังกล่าว
  7. กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจากสายการบินบริษัทฯขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯจะดาเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่นทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้สาหรับค่าบริการนั้นๆ
  8. มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัทฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอานาจของบริษัทฯ กากับเท่านั้น
  9. หากไม่สามารถไปเที่ยวในสถานที่ที่ระบุในโปรแกรมได้ อันเนื่องมาจากธรรมชาติ ความล่าช้า และความผิดพลาดจากทางสายการบิน จะไม่มีการคืนเงินใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทางบริษัทฯจะจัดหารายการเที่ยวสถานที่อื่นๆมาให้ โดยขอสงวนสิทธิ์การจัดหานี้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  10. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจาคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  11. ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิเช่นนั้นทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  12. กรณีเจ็บป่วยจนไม่สามารถเดินทางได้ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรองบริษัทฯจะพิจารณาเลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกคืนได้ เช่นค่าตั๋วเครื่องบินค่าห้อง ค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานทูตฯ เรียกเก็บ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้นตามจริง ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางได้
  13. กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่าจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชาระค่าทัวร์หรือมัดจามาแล้ว ทางบริษัทฯ คืนค่าทัวร์หรือมัดจาให้ แต่ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการยื่นวีซ่า, ค่าวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป (อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชาระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอกเช่น โรงแรม ฯลฯ ไปแล้ว) ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  14. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนหรือหลังออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  15. กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า หรือไม่ว่าด้วยสาเหตุใดๆก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  16. กรณีผู้เดินทางไม่สามารถเข้า-ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที่ไม่ว่าเหตุผลใดๆ ก็ตามทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการ ไม่คืนค่าทัวร์ทั้งหมด
  17. ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ราคานี้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยและท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะแบบ Join Tour เท่านั้น กรณีต้องการตัดกรุ๊ปเหมาโปรดสอบถามทางบริษัทอีกครั้ง หากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือ พระสงฆ์ โปรดสอบถามทางบริษัทอีกครั้ง
  18. ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศกรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯก่อนทุกครั้งมีเช่นนั้นทางบริษัทฯจะ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
  ข้อความซึ่งถือเป็นสาระสำหรับท่านผู้มีเกียรติซึ่งร่วมเดินทาง

ทางบริษัทฯ เป็นตัวแทนในการจัดนาสัมมนา และการเดินทางที่มีความชำนาญ โดยจัดหาโรงแรมที่พัก อาหาร ยานพาหนะ และสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมทั้งการสัมมนา ดูงาน เพื่อความสะดวกสบาย และเกิดประโยชน์สูงสุดในการเดินทาง ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบในอุบัติเหตุหรือความเสียหายที่เกิดจากโรงแรมที่พัก ยานพาหนะ, อันเนื่องจากอุบัติเหตุรวมถึงภัยธรรมชาติ, โจรกรรม, วินาศกรรม, อัคคีภัย, การผละงาน, การจลาจล, สงครามการเมือง, การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ, การนัดหยุดงาน, ความล่าช้าของเที่ยวบิน, สายการเดินเรือ, รถไฟ, พาหนะท้องถิ่น, ตลอดจนการถูกปฏิเสธออกวีซ่าจากกงสุล และ / หรือ ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับสถานเอกอัครราชทูต รวมถึงผู้มีอำนาจทำการแทนประจำประเทศไทย (โดยไม่จำต้องแสดงเหตุผล เนื่องจากเป็นสิทธิพิเศษทางการทูต) ซึ่งอยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ หมายรวมถึงในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวทั้งใน หรือ ต่างประเทศ แต่ทางบริษัทฯ มีความคุ้มครอง และประกันอุบัติเหตุ ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ ที่รับประกันในกรณีที่ผู้ร่วมเดินทางถูกปฏิเสธโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทย และ/หรือ ต่างประเทศ มิให้เดินทางออก หรือ เข้าประเทศ เนื่องมาจากความประพฤติ พฤติกรรมของผู้เดินทาง ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการความคุมโรคติดต่อเฉพาะพื้นที่มีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อการเดินทาง รวมถึงมีสิ่งผิดกฎหมาย บริษัทฯ จะไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆ รายละเอียดด้านการเดินทาง อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความจำเป็น หรือเพื่อความเหมาะสมทั้งปวง โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้การขอสงวนสิทธิดังกล่าวบริษัท จะยึดถือและคำนึงถึงผลประโยชน์ตลอดจนความปลอดภัยของท่านผู้มีเกียรติ ซึ่งร่วมเดินทางเป็นสำคัญ

  เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวอินเดีย แบบออนไลน์ (ไม่ต้องโชว์ตัว)

  1. สำเนาหนังสือเดินทางอายุการใช้งานไม่ตำกว่า 6 เดิน ห้ามขีดทับ
  2. รูปถ่ายสี (ถ่ายมาไม่เกิน 3 เดือน ขนาด 2×2 นิ้ว) 1 รูป พื้นหลังสีขาว
  3. สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด
  4. สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
  5. สำเนาวีซ่าอินเดียหากท่านเคยเดินทางเข้าอินเดียแล้ว 1 ชุด
  6. สำเนาวีซ่าอินเดียหากท่านเคยเดินทางเข้าอินเดียแล้ว 1 ชุด
  การเดินทางเป็นครอบครัว

  • หากท่านเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ หรือเดินทางพร้อมสมาชิกในครอบครัวที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ (Wheelchair), เด็ก, และผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว ไม่สะดวกในการเดินท่องเที่ยวติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โปรแกรมทัวร์
ทัวร์อินเดีย ดินแดนมหาราชา 8 วัน 6คืน (AI)ก.ย.-ธ.ค.62
รหัสทัวร์
IND HMAY04(AI)SEP-DEC
สายการบิน
Air India (AI)
ประเทศ
Kashmir
วันที่เดินทาง
ชื่อ
นามสกุล
เบอร์มือถือ
เบอร์บ้าน
ID LINE
Email
ที่อยู่
ผู้เดินทางทั้งหมด

***หากคุณมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กร่วมเดินทางด้วยกรุณาติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่***

รายละเอียดห้องพัก
ผู้ใหญ่
เด็กอายุ 2-11 ปี นอนกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน
พักห้องคู่ห้อง
พักห้องเดี่ยวห้อง
เสริมเตียงห้อง
มีเตียงเสริมห้อง
ไม่มีเตียงเสริมห้อง
รายละเอียดที่นั่งบนเครื่อง
ตั๋ว Business (กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่)คน
ไม่ใช้ตั๋ว (ลูกค้าซื้อตั๋วเครื่องบินเอง)คน
รีเควสที่นั่งติดหน้าต่างคน
รีเควสที่นั่งริมทางเดินคน
รีเควสวีลแชร์ในสนามบินคน
เหตุผลที่ต้องใช้วีลแชร์(รถเข็น)
*** การจัดการเรื่องที่นั่งและการขอวีลแชร์ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้ดำเนินการทางทัวร์จะทำการขอให้แต่ไม่การันตีว่าจะได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้พิจารณา ***
รายละเอียดเรื่องอาหาร
อาหารมังสวิรัตคน
อาหารเจคน
อาหารอิสลามคน
แพ้อาหารทะเล หรือ อื่นๆระบุ
ไม่ทานเนื้อวัว หรือ อื่นๆระบุ
รายละเอียดเพิ่มเติม

** กรุณากรอกข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการติดต่อกับท่าน **

การสำรองที่จะสมบูรณ์เมื่อมีการชำระมัดจำแล้ว