บริษัท ฟอร์เรสทัวร์ จำกัด

733/5 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม
แขวงสะพานสอง
เขตวังทองหลาง กทม. 10310

โทร 02-514-9021-6
แฟกซ์ 02-514-9027
Website : foresttour.com

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 11/01147

Toursim Authority of Thailand (TAT) Licence :11/01147

Europe

รหัสทัวร์ :
EUR HG13(EK)SEP-OCT
ประเทศ :
Europe
สายการบิน :
Emirate Airlines

ทัวร์แกรนด์ อิตาลี 8วัน 5คืน(EK)ก.ย.-ต.ค.61

รหัสทัวร์: EUR HG13(EK)SEP-OCT

Delight Italy 8 Days 5 Nights

  • ชิงเคว เตรเร หมู่บ้านประมงโบราณที่อาคารต่างๆถูกวาดทาเป็นสีเหมือนลูกกวาดหลากสี
  • หอเอนปิซ่า เอนช่วงศตวรรษที่12 เกิดจากพื้นดินยุบตัวเพราะรับน้ำหนักอาคารไม่ไหว
  • มหาวิหารฟลอเรนซ์ มหาวิหารขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของยุโรป
  • ประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและเป็นที่มาของถนนทุกสายที่มุ่งเข้ากรุงโรม
  • พระราชวังดอดจ์ ริมน้ำแสนอลังการที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่14 ในสไตล์เวเนเชียนโกธิค
  • ท่าเรือซานมาร์โค บนเกาะเวนิส แวะให้ถ่ายรูปสวยๆเก็บเป็นที่ระลึก
  • มหาวิหารมิลาน มหาวิหารประจำเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี
  • พิเศษ นั่งรถไฟชมหมู่บ้านชิงเคว เตรเร และล่องเรือเที่ยวหมู่บ้านลูกกวาด บูราโน่

วันที่เดินทาง 8วัน 5คืน

 13-20 กันยายน 2561
27 กันยายน – 4 ตุลาคม
 45,900
11-18, 21-28 ตุลาคม 45,900

 

รายการท่องเที่ยว

วันแรก

สนามบินสุวรรณภูมิ – ดูไบ

17.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 9 แถว T สายการบินเอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก
21.05 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK373 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่สอง

ดูไบ – มิลาน

00.50 น. แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
03.35 น. ออกเดินทางสู่ เมือง มิลาน ประเทศอิตาลี โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK101(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
08.15 น. เดินทางถึงมิลาน ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะออกเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง..เที่ยวชมเมือง มิลาน (Milan) หนึ่งในเมืองหลักของประเทศอิตาลี เป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านการค้า ศิลปะ เศรษฐกิจ และการศึกษา และได้ชื่อว่าเป็น เมืองหลวงแห่งแฟชั่นและการออกแบบ แวะเที่ยวชมแลนด์มาร์กของเมือง นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral) มหาวิหารประจำเมืองขนาดใหญ่แห่งนี้คือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี เด่นด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ตกแต่งด้านนอกด้วยยอดแหลมจำนวนมากถึง 135 ยอด พร้อมด้วยรูปแกะสลักจากหินอ่อนจำนวนมากที่ประดับอยู่โดยรอบ อิสระช้อปปิ้ง ที่ Galleria Vittorio Emanuele II ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของมหาวิหารมิลาน เป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในอิตาลี โดยสร้างขึ้นในปี 1877 มากมายด้วยร้านค้า ร้านอาหาร มากมายในอาคารขนาด 4 ชั้นสองข้างทางเดินกว้าง ที่โดดเด่นมากก็คือหลังคาทรงโดมเป็นกระจกใส ทำให้สามารถช้อปปิ้งได้ในทุกสภาพอากาศ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1)
บ่าย เดินทางสู่ เวโรน่า (Verona) หนึ่งในหัวเมืองใหญ่ของแคว้น และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ทางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี และยังเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของอิตาลีตอนเหนืออีกด้วย นำท่านเที่ยวชมย่านเมืองเก่า ที่ยังคงเสน่ห์ของความเป็นเมืองยุคกลางไว้ได้อย่างครบถ้วน เมืองเวโรน่าแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงด้วยการเป็นเมืองโลเกชั่นของวรรณกรรมชื่อดังอย่าง โรมิโอแอนด์จูเลียต นำท่านชม บ้านโรมิโอ&จูเลียต (Casa di Giulietta)  บ้านปูนสีขาวที่มีจุดเด่นคือ ระเบียง สถานที่ๆ โรมิโอและจูเลียตได้พบรักกัน จุดนี้เองที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายมายังเมืองเวโรน่า เพื่อชมต้นกำเนิดของตำนานความรักชื่อดัง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (2)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ SHG Hotel Catullo หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม

มิลาน – เวนิส – บูราโน่ – เวนิส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (3)….เดินทางสู่ เวนิส (Venice) โดยรถโค้ชปรับอากาศ  สู่จุดหมายแรกของการเดินทางที่ เวนิส เมสเตร(Venice Mestre)ย่านเมืองเก่าของเมืองเวนิสนำทุกท่านนั่งเรือต่อเพื่อไปยังท่าเรือซานมาร์โค(San Marco Pier)บนเกาะเวนิสแวะให้ถ่ายรูปสวยๆเก็บเป็นที่ระลึกกันที่พระราชวังดอดจ์(Doge’s Palace)พระราชวังริมน้ำแสนอลังการที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่14 ในสไตล์เวเนเชียนโกธิค ที่เคยเป็นที่ประทับของผู้ปกครองแต่เก่าก่อนของเวนิส แต่ตั้งแต่ปี1923ก็ได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปได้เข้าชมเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กหลักของเวนิสเลยทีเดียว จากนั้นก็เดินเที่ยวชมแลนด์มาร์สำคัญต่างๆในเมืองและเก็บภาพสถานที่ต่างของเมืองแห่งคลองนี้ไม่ว่าจะเป็นจัตุรัสเซนต์มาร์ค(St. Mark’s Square)จัตุรัสหลักของเมืองเวนิสและยังเป็นศูนย์กลางเมืองตั้งแต่โบราณ รายล้อมไปด้วยอาคารสวยๆ สไตล์โกธิค และจุดเด่นของจัตุรัสเซนต์มาร์คแห่งนี้ก็คือมหาวิหารเซนต์มาร์ก(St. Mark’s Basilica) ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจัตุรัสเซนต์มาร์ค มหาวิหารใหญ่ของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อลังการด้วยการตกแต่งด้วยโดมใหญ่ รูปปั้นมากมายที่ทั้งละเอียดและประณีต และที่อยู่ติดกันและโดดเด่นด้วยความสูงถึง50เมตรก็คือหอระฆังถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองที่เห็นได้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของเมืองก็ตาม และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือสะพานถอนหายใจ(Bridge of Sighs)สะพานอันโด่งดังแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำที่คั่นกลางระหว่างคุกเก่ากับพระราชวังดอดจ์ ที่ได้ชื่อว่าสะพานถอนหายใจนั้นมาจากการที่นักโทษก่อนที่จะเข้าไปยังคุกจะต้องเดินผ่านสะพานแห่งนี้ ได้เห็นวิวทิวทัศน์สวยๆ ของเมืองเวนิสเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถูกจองจำ ทำให้รู้สึกเสียใจและต้องถอนหายใจออกมา สะพานนั้นเป็นแบบปิด ทำจากหินปูนที่แกะสลักและออกแบบอย่างงดงามเช่นเดียวกับพระราชวังดอดจ์และอาคารโดยรอบ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (4)
บ่าย นำท่านนั่งเรือสู่ เกาะบูราโน่ (Burano) เกาะแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมงมาก่อน ส่วนสตรีบนเกาะก็มีฝีไม้ลายมือในการผลิตผ้าลูกไม้สวยๆ จนเป็นเอกลักษณ์ จุดดึงดูดสำคัญของบูราโน่คืออาคารบ้านเรือนทุกหลังบนเกาะจะทาสีฉูดฉาดจนบางคนเรียกว่าเป็นหมู่บ้านสีลูกกวาด หวานๆ สีสันสดใสเพิ่มเสน่ห์ให้บูราโน่ได้อย่างมากมาย เหตุผลที่ชาวเมืองเลือกทาสีหมู่บ้านแบบนี้ก็เพราะด้วยวิถีชาวประมงแล้วเมื่อล่องเรือกลับจากการหาปลาเข้าสู่ฝั่งจะได้มองเห็นเกาะได้ชัดเจน ทุกวันนี้มีชาวเมืองอาศัยอยู่บนบูราโนประมาณ 3,500 คน และยังคงถักผ้าลูกไม้กันอยู่เพียงแต่พัฒนาจากการถักด้วยมือมาใช้เครื่องจักรช่วยบ้าง แต่ความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของบูราโน่นับตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 15 ก็ยังคงมีอยู่
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (5)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Russott Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่

เวนิส – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า – พราโต้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6)….นำท่านออกเดินทางไปยังเมือง ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองหลวงของแคว้นทัสคานี และเป็นเมืองศูนย์กลางของการค้าและความเจริญของยุโรปในช่วงยุคกลาง เมืองฟลอเรนซ์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ถือกำเนิดของยุคเรเนสซองส์ และยังได้เป็นศูนย์กลางทางศิลปะและสถาปัตยกรรม ในบริเวณเมืองเก่าของเมืองฟลอเรนซ์นั้นยังได้ถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ไปเมื่อปี 1982
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (7)
บ่าย นำท่านเที่ยวชมเมืองฟลอเรนซ์ ชมความงามของเมืองสวยริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน สถานที่เคยเป็นที่อยู่ของศิลปินระดับโลกหลายต่อหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น ลีโอนาร์โด ดาวินซี่ ไมเคิลแองเจโล นำท่านถ่ายรูป  มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral) มหาวิหารขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของยุโรป ตั้งอยู่ในบริเวณจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม สังเกตเห็นได้ง่ายด้วยโดมขนาดใหญ่สีส้มในสไตล์ศิลปะโกธิคอันหรูหราอลังการ ตัววิหารตกแต่งด้วยหินอ่อนหลายเฉดสี มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และได้ถูกจะทะเบียนขึ้นมรดกโลกไปเรียบร้อยแล้วในปี 1982 ที่ติดกันและโดดเด่นไม่แพ้มหาวิหารฟลอเรนซ์ก็คือ หอระฆังจอตโต้ (Giotto’s Bell Tower) ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิหารแต่ตั้งอยู่เป็นเอกเทศ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1334 โดดเด่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านละ 15 เมตร และสูงถึง 84.7 เมตร มีระฆังอยู่ภายในถึง 7 อัน เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของฟลอเรนซ์เลย ตัวอาคารยังสวยด้วยหินอ่อนและรูปแกะสลักที่โดยรอบ นำทุกท่านถ่ายรูปกับ หอศีลจุ่มซันโจวานนี่ (Florence Baptistry) ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับมหาวิหารฟลอเรนซ์ อาคารในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก สวยด้วยรูปทรงอาคาร 8 เหลี่ยมและสถาปัตยกรรมสไตล์ฟลอเรนไทน์โรมาเนสก์ที่เห็นได้ไม่บ่อยนักในอิตาลี หอศีลจุ่มนี้ยังเป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองด้วยการก่อสร้างตั้งแต่ช่วงปี 1059-1128 อีกหนึ่งจุดเด่นของที่นี่ก็คือประตูสัมฤทธิ์ที่สวยงดงามด้วยประติมากรรมนูนที่ได้ถูกบรรจงสร้างขึ้น ตั้งแต่อดีตแล้วที่คนสำคัญต่างๆ ล้วนมาทำพิธีศีลจุ่มที่นี่ ข้ามมาที่ จัตุรัสไมเคิลแองเจโล จัตุรัสสวยบนเนินเขาเหนือเมืองฟลอเรนซ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ศิลปินชื่อก้องโลก ไมเคิลแองเจโล โดยในบริเวณจัตุรัสจะมีรูปปั้นบรอนซ์เลียนแบบผลงานชิ้นเอกอย่าง David และอีกหลายชิ้น ที่บริเวณจัตุรัสแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของเมืองฟลอเรนซ์ เพราะสามารถชมทิวทัศน์ได้แบบพาโนรามาเลยทีเดียว…เดินทางต่อสู่เมือง พราโต้ (Prato) เมืองสวยในแคว้นทัสคานี ตัวเมืองตั้งอยู่ที่เชิงภูเขา Retain และด้วยระดับความสูงของตัวเมืองที่อยู่ที่ 768 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลทำให้มีอากาศเย็นสบายและสวยด้วยทิวทัศน์รอบข้าง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  (8)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Charme หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า

พราโต้ – เลวานโต้ – ชิงเคว เตรเร – ลาสเปเซีย – ฟลอเรนซ์ – พราโต้

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (8)….เดินทางสู่เมือง เลวานโต้ (Levanto) เมืองริมฝั่งทะเลในแคว้นลิกูเรีย (Liguria) สวยทั้งด้วยวิวริมทะเลบรรยากาศดีๆ และอาคารบ้านเรือนในสไตล์อิตาเลียนริเวียร่า ขึ้นรถไฟสายชมวิว ที่แล่นเลียบริมชายฝั่งทะเลของอิตาลี รีเวียร่า ชมวิว 5 หมู่บ้านแห่ง ชิงเคว เตรเร (Cinque Terre) หมู่บ้านประมงโบราณ ที่อาคารต่างๆ จะถูกวาดทาเป็นสีเหมือนลูกกวาดหลากสี บรรยากาศชิลล์ๆ และทิวทัศน์สวยๆ ของเมืองทำให้ติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต และยังเป็นอุทยานแห่งชาติและมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย ไปลงยังเมือง ลา สเปเซีย (La Spezia) ที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี เป็นเมืองท่าที่สำคัญทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยว
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (10)
บ่าย มุ่งหน้าสู่เมือง ปิซ่า (Pisa) เมืองริมแม่น้ำอาร์โนในแคว้นทัสคานี ทางตอนกลางของประเทศอิตาลี เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีโบสถ์โบราณกว่า 20 แห่ง พระราชวังเก่าแก่สมัยยุคกลาง และด้วยการที่อยู่ติดแม่น้ำที่ใกล้ทางออกไปยังทะเลทำให้เป็นเมืองแห่งการค้าขายที่สำคัญ  เดินทางต่อสู่สิ่งก่อสร้างโบราณที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่าง หอเอนปิซ่า (Tower of Pisa) หยุดแวะถ่ายรูปกันให้เต็มที่ หอเอนปิซ่านี้จริงๆ แล้วเป็นหอระฆังของ มหาวิหารปิซ่า (Pisa Cathedral) โดยที่ตัวอาคารนั้นได้เริ่มเอนในช่วงการก่อสร้างช่วงศตวรรษที่ 12 โดยเกิดจากพื้นดินที่ยุบตัวลงเพราะรับน้ำหนักอาคารไม่ไหว แล้วก็ค่อยๆ เอนมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะสร้างเสร็จสิ้นในศตวรรษที่ 14 แต่การเอนเอียงนั้นก็ยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงปลายศตวรรษที่ 20 ที่การเอียงได้หยุดลง แต่นอกจากการเอนเอียงที่น่าสนใจมากแล้วตัวอาคารสีขาวสะอาดก็สวยไม่แพ้กัน เดินทางกลับสู่เมืองพราโต้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (11)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Charme หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก

พราโต้ – โรม

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (12)…..นำท่านมุ่งหน้าสู่ โรม (Rome) นอกจากจะเป็นเมืองหลวงแล้ว ยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นลาซิโอ ตั้งอยู่ตอนกลางของอิตาลี ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของโรมนั้นกินเวลามากกว่า 2,800 ปี โรมเคยเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิโรมัน และเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตก ในอดีตได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จนปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นนครที่ประทับของสมเด็จพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอีกด้วย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (13)
บ่าย นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) อีกมุมหนึ่งในโรมที่สวยงามและอลังการด้วยประติมากรรมรูปปั้นองค์เทพต่างๆ ที่ตระหง่านเป็นฉากหลังให้กับอ่างน้ำพุขนาดใหญ่ มีความเชื่อสนุกๆ เกิดขึ้นที่น้ำพุแห่งนี้ว่า หากใครก็ตามยืนหันหลังให้กับน้ำพุแล้วโยนเหรียญด้วยมือขวาข้ามหัวไหล่ข้างซ้ายลงในอ่างน้ำพุนี้ก็จะได้กลับมาเที่ยวโรมอีก เพราะฉะนั้นอย่าได้แปลกใจหากเห็นผู้คนพากันมาโยนเหรียญที่นี่ ชม บันไดสเปน (Spaish Step) ที่อยู่บนเนินเขาขนาดย่อม เป็นบันไดกว้างทอดยาวลงมายังพื้นเบื้องล่าง ปลายสุดของบันไดด้านล่างมี “อ่างน้ำพุบาร์คัสเซีย” (Fontana Della Baecaccia) อ่างนี้มีรูปร่างเรียวยาวปลายทั้งสองข้างเรียวแหลมคล้ายเรือ แล้วมีน้ำพุอยู่ในลำเรือนี้ บันไดสเปนที่ว่านี้ออกแบบด้วยศิลปะแบบรอกโคโค สร้างในปี พ.ศ. 2266 บันไดกว้างใหญ่นี้เป็นจุดนัดพบและเยี่ยมชมชื่อดังของโรม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (14)
นำท่านเข้าสู่ที่พัก ณ Hotel Midas หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด

โรม – มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ – สนามบิน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (15)…นำท่านเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน แม้จะเป็นประเทศอิสระ แต่นครรัฐวาติกันก็เปรียบประหนึ่งโรมอย่างแยกไม่ออกแม้จะได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในโลกก็ตาม และหากไม่แวะชมนครรัฐวาติกันก็จะถือว่าการเดินทางครั้งนี้น่าเสียดายมาก ที่นี่คือศูนย์กลางการปกครองของคริสต์ศาสนาคริสต์ รวมทั้งยังเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสันตปาปาผู้ซึ่งเป็นประมุข มีความยิ่งใหญ่ในการใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา บวกกับมีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมจากฝีมือของช่างฝีหลายยุคหลายสมัยที่ผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างสรรค์ความงามฝากไว้ในนครรัฐแห่งนี้ นำท่านเข้าชมภายใน มหาวิหารวิหารเซ็นต์ปีเตอร์ (Saint Peter’s Basilica) มหาวิหารที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แห่งนี้นั้นน่าชมมาก นอกจากนั้นก็ยังมีชิ้นงานของศิลปินชื่อดังอีกมากมาย มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เป็นหนึ่งในสี่ของมหาวิหารหลักของโรม และจำนวนนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมนั้นมีมากมายจนเข้าแถวต่อกันยาวเหยียด มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน แต่ก็เป็นการสร้างขึ้นบนร่องรอยของวิหารหลังเก่า ยิ่งใหญ่ด้วยความยาวของมหาวิหารถึง 186 เมตร จุผู้คนได้มากถึง 60,000 คน ทั้งพื้นและผนังเป็นหินอ่อนที่ฝังงานศิลปะไว้จนทั่ว ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เวลาสร้างถึง 150 ปี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (16)
บ่าย นำท่านเที่ยวชมแลนด์มาร์กต่างๆ ในตัวเมืองโรม แวะถ่ายรูปสวยๆ ของบริเวณ จัตุรัสพิอาซซ่า นาโวน่า (Piazza Navona) เป็นย่านศิลปะอีกแห่งหนึ่งใจกลางโรมที่สวยงามและถูกห้อมล้อมด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบบารอก ในบรรดาอาคารเหล่านั้นก็จะเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านไอศกรีมมากมาย เหมือนเป็นแหล่งรวมของศิลปินเปิดหมวกและศิลปินวาดภาพ ที่เด่นที่สุดในบริเวณปิอัซซา นาโวนาแห่งนี้ก็คืออ่างน้ำพุที่มีประติมากรรมรูปปั้นขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่า Fountain of Four Rivers ซึ่งเป็นผลงานชิ้นเอกของ “แบร์นินี” เป็นการสื่อความหมายตรงตามชื่อ นั่นคือเป็นสัญลักษณ์ของแม่น้ำ 4 สายสำคัญของโลก ได้แก่ แม่น้ำดานูบจากทวีปยุโรป แม่น้ำไนล์จากทวีปแอฟริกา แม่น้ำคงคาจากทวีปเอเชีย และแม่น้ำริโอเดลาเพลทจากทวีปอเมริกา นำท่านชม วิหารแพนธีออน (Pantheon) อีกหนึ่งความสวยงามในสถาปัตยกรมแบบโรมันโบราณซึ่งตกทอดมาแต่อดีต “วิหารแพนธีออน” สร้างมาตั้งแต่ก่อนคริสต์กาลถึง 27 ปี วิหารแพนธีออนยิ่งใหญ่ด้วยขนาดมหึมา เฉพาะหน้าจั่วเมื่อมองด้วยตาเปล่าก็ว่าใหญ่แล้ว ยังมีเสายักษ์เป็นฐานรองรับถึง 16 ต้น แต่เดิมชาวโรมันโบราณสร้างวิหารแพนธีออนไว้สำหรับเป็นสถานที่บูชาเทพเจ้า และนำท่านชม ประตูชัยคอนสแตนติน (Arch of Constantine) ซึ่งเป็นทั้งสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และยังเป็นที่มาของถนนทุกสายที่มุ่งเข้าสู่กรุงโรมอีกด้วย มีขนาดใหญ่และยังมีสภาพที่สมบูรณ์แม้จะผ่านกาลเวลามายาวนาน เพราะสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 855 เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองชัยชนะของ “จักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1” ที่มีต่อ “แม็กเซนติอุส” ในสงคราม Battle of Milvian Bridge แล้วนำท่านถ่ายรูปกับ โคลอสเซียม (Coloseum) ความยิ่งใหญ่ของ โคลอสเซียม กลายเป็นสัญลักษณ์อีกแห่งของโรมไปแล้ว และไม่เคยมีใครพลาดไปชมสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่และมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจแห่งนี้เมื่อไปเยือนโรม แม้จะค่อนข้างเสียหายไปตามยุคสมัยบ้าง แต่ก็ยังคงความอมตะของอดีตไว้อย่างมาก สนามกีฬาใหญ่ยักษ์แห่งนี้สร้างขึ้นในสมัย “จักรพรรดิเวสปาเชียน” แห่งจักรวรรดิโรมัน เป็นสนามกีฬาที่สร้างขึ้นเพื่อชมการแสดงกีฬาแห่งการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ สัตว์กับสัตว์ และมนุษย์กับสัตว์ มีรูปทรงเป็นรูปวงรีก่อตัวสูงขึ้นเป็นอัฒจรรย์ หากวัดขนาดความกว้างใหญ่โดยรอบจะมีความกว้างประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สิ่งก่อสร้างในยุคโบราณที่จุจำนวนผู้เข้าชมได้ถึงประมาณ 55,000 คนแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่ธรรมดาเลย….ได้เวลาอันสมควรนำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน เดินทางกลับประเทศไทย
22.05 น. ออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK150 แวะเปลี่ยนเครื่อง (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)

วันที่แปด

ดูไบ – สุวรรณภูมิ

05.55 น. ถึงสนามบิน เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แวะเปลี่ยนเครื่อง
09.40 น. เดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ โดยเที่ยวบินที่ EK372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน)
19.15 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิ์ภาพพร้อมความประทับใจ
****************************************************
อัตราค่าบริการ  (บาทต่อท่าน)

  • เด็กอายุ 2-11 ปี พักร่วมกับผู้ใหญ่  2 ท่านไม่มีเตียง ลด 2,000 บาท
  • พักเดี่ยว เพิ่ม 10,000 บาท
อัตรานี้รวม

  1. ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่ากลุ่มเชงเก้น
  2. ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจรไป-กลับ โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK)
  3. ค่าที่พักระดับมาตรฐาน (ห้องละ 2-3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการ
  4. ค่ารถปรับอากาศ และบริการนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ
  5. ค่าเข้าชมสถานที่ และค่าธรรมเนียมตามที่ระบุในรายการ
  6. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  7. ค่าประกันภัยในการเดินทาง 2,000,000 / 500,000 บาท (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)
อัตรานี้ไม่รวม

  1. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% กรณีต้องการใบเสร็จ
  2. ค่าน้ำหนักของกระเป๋าในกรณีเกินกว่าสายการบินกำหนดให้ 30 กิโลกรัมต่อหนึ่งคน
  3. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆนอกรายการอาทิค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีดและค่าเครื่องดื่มในห้องพัก
  4. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถท้องถิ่น ท่านละ 2 ยูโร / คน / วัน
  5. ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ขั้นต่ำ 100 บาท / วัน / คน
เงื่อนไขการจอง

  1. สำหรับการจองกรุณาชำระเงินมัดจำท่านละ20,000บาทพร้อมสำเนาหนังสือเดินทาง(หลังจองภายใน3วัน)
  2. ชำระยอดส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน
  3. หากไม่ชำระค่าใช้จ่ายภายในกำหนด ทางบริษัทจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
  4. หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) เพื่อมายื่นวีซ่าหรือวันเดินทาง ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
การยกเลิกการเดินทาง

  1. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 45 วันขึ้นไป คืนมัดจำทั้งหมด
  2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่ายเบื้องต้น 5,000 บาท
  3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน เก็บเงินมัดจำทั้งหมด
  4. ​ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15-25 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
  5. ​ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ขอเก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาค่าทัวร์ทั้งหมด
เงื่อนไขการออกเดินทาง

  • คณะเดินทางขั้นต่ำ 30 ท่านมีหัวหน้าทัวร์เดินทางด้วย
หมายเหตุ

  1. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้าในกรณีที่ผู้เดินไม่ถึง 30 ท่าน และทางบริษัทยินดีคืนเงินโดยหักเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามจริง
  2. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย และไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์ เช่นภัยธรรมชาติ ปัญหาการเมือง เป็นต้น
  3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
  4. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทหรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทจะถือว่าท่านรับทราบและยอบรับเงื่อนไขต่างๆ ของบริษัทฯที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด
เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นวีซ่า

  1. พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ และมีอายุไม่ต่ํากว่า 6 เดือน ก่อนวันหมดอายุ หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ไม่ว่าจะเคยมีวีซ่าในกลุ่มเชงเก้นหรือไม่ก็ตาม ควรนําไปแสดงด้วยเพื่อเป็นการง่ายต่อการอนุมัติวีซ่า
  2. รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว (แบบหน้าใหญ่) ขนาด 4.5 ซม. x 3.5 ซม. จำนวน 2 ใบ (ฉากหลังเป็นสีขาวเท่านั้นและมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  3. เอกสาระสำคัญส่วนบุคคล
    • สำเนาทะเบียนบ้าน
    • สําเนาบัตรประชาชน หรือ สําเนาบัตรข้าราชการ
    • สําเนาทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
    • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (ถ้ามี)
  4. กรณีเป็นพนักงานบริษัทใบรับรองการทํางานจากบริษัทที่ท่านทํางานอยู่ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยระบุตําแหน่ง อัตราเงินเดือนในปัจจุบัน วันเดือนปีที่เริ่มทํางานกับบริษัทนี้ และช่วงเวลาที่ขอลางาน เพื่อเดินทางไปยุโรป หลังจากนั้นจะกลับมาทํางานตามปกติหลังครบกําหนด
  5. กรณีเป็นเจ้าของกิจการ ขอใบทะเบียนการค้า และหนังสือรับรองที่คัดไว้ไม่เกิน 3 เดือน พร้อมวัตถุประสงค์หรือใบเสียภาษีและหลักฐานการเงินของบริษัทฯ ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ
  6. หลักฐานทางการเงินสําเนาสมุดบัญชีเงินฝาก ออมทรัพย์ ย้อนหลัง 3 เดือน (นับจากวันปัจจุบันในวันที่ยื่นวีซ่า) ควรเลือกเล่มที่มีการเข้าออกของเงินสม่ําเสมอ และมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 6 หลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่ามี ฐานะการเงินเพียงพอ ที่จะครอบคลุมกับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และสามารถที่จะใช้จ่ายได้อย่างไม่เดือดร้อน เม่ือกลับสู่ภูมิลําเนา หรือ Statement ย้อนหลัง 3 เดือน ฉบับจริง ภาษาอังกฤษ ออกโดยธนาคารเท่านั้น (ในกรณีที่ผู้อื่นเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ ต้องมีหลักฐานเชื่อมโยงความสัมพันธ์พร้อมยื่นเอกสารฉบับแปลภาษาอังกฤษ)**สถานทูตไม่รับพิจารณาบัญชีกระแสรายวัน**กรณีที่บริษัทของท่านเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับผู้เดินทางทั้งหมด นอกเหนือจากเอกสารข้อ 1-6 แล้ว ทางบริษัทฯ จะต้องออกจดหมายอีกหนึ่งฉบับเพื่อแสดง ความรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายและการกลับมาทํางานของท่าน โดยระบุรายชื่อผู้เดินทาง และเหตุผลที่จัดการเดินทางนี้ในจดหมายด้วย
  7. กรณีที่เป็นนักเรียน นักศึกษา จะต้องมี หนังสือรับรองจากทางสถาบันการศึกษา ภาษาอังกฤษ (ตัวจริง) เท่าน้ัน
  8. กรณีที่เด็กอายุต่ํากว่า 20 ปี

        8.1 ไม่ได้เดินทางไปกับบิดา มารดา หรือ เพียงคนใดคนหนึ่ง

– จดหมายยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจาก อำเภอ / เขต ที่ท่านอยู่ (เป็นภาษาอังกฤษ)

– บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา

– สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา

– หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ)

– ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ

– เอกสารเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เดินทางกับผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ฉบับภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ

8.2 เดินทางไปกับบิดา มารดา

– บัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดา / มารดา

– สำเนาพาสปอร์ตบิดา / มารดา

– หลักฐานการเงินของผู้เป็นสปอนเซอร์ในการออกค่าใช้จ่าย (ภาษาอังกฤษ)

– ใบสุติบัตรฉบับภาษาไทย และ แปลภาษาอังกฤษ

**หมายเหตุในวันที่มายื่นขอวีซ่าบิดาและมารดาต้องเดินทางมาเซ็นแบบฟอร์มการร้องขอวีซ่าให้กับบุตร**

  1. การบิดเบือนข้อเท็จจริงประการใดก็ตามอาจจะถูกระงับมิให้เดินทางเข้าประเทศในกลุ่มเชงเก้น เป็นการถาวร และถึงแม้ว่าท่านจะถูกปฏิเสธวีซ่า สถานทูตไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้ชําระไปแล้ว และหากต้องการขอยื่นคําร้องใหม่ก็ต้องชําระค่าธรรมเนียมใหม่ทุกครั้ง หากสถานทูตมีการสุ่ม เรียกสัมภาษณ์บางท่าน ทางบริษัทฯ ขอความร่วมมือในการเชิญท่านไปสัมภาษณ์ตามนัดหมาย และโปรดแต่งกายสุภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอํานวยความสะดวกและประสานงาน ตลอดเวลาและหากสถานทูตขอเอกสารเพิ่มเติมทางบริษัทใคร่ขอรบกวนท่านจัดส่งเอกสาร ดังกล่าวเช่นกัน
  2. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้วทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูตเพื่อให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานฑูตเรื่องวีซ่าเนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศจะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัท
  3. การยื่นวีซ่านั้นผู้เดินทางต้องชําระยอดมัดจําก่อนเท่านั้นถึงสามารถดําเนินขั้นตอนการยื่นวีซ่าได้

** ทางบริษัทไม่มีนโยบายการแปลเอกสารให้ ถ้าหากต้องการให้ทางเราแปลเอกสารจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใบละ 500 บาท **

โปรแกรมทัวร์
ทัวร์แกรนด์ อิตาลี 8วัน 5คืน(EK)ก.ย.-ต.ค.61
รหัสทัวร์
EUR HG13(EK)SEP-OCT
สายการบิน
Emirate Airlines
ประเทศ
Europe
วันที่เดินทาง
ชื่อ
นามสกุล
เบอร์มือถือ
เบอร์บ้าน
ID LINE
Email
ที่อยู่
ผู้เดินทางทั้งหมด

***หากคุณมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กร่วมเดินทางด้วยกรุณาติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่***

รายละเอียดห้องพัก
ผู้ใหญ่
เด็กอายุ 2-11 ปี นอนกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน
พักห้องคู่ห้อง
พักห้องเดี่ยวห้อง
เสริมเตียงห้อง
มีเตียงเสริมห้อง
ไม่มีเตียงเสริมห้อง
รายละเอียดที่นั่งบนเครื่อง
ตั๋ว Business (กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่)คน
ไม่ใช้ตั๋ว (ลูกค้าซื้อตั๋วเครื่องบินเอง)คน
รีเควสที่นั่งติดหน้าต่างคน
รีเควสที่นั่งริมทางเดินคน
รีเควสวีลแชร์ในสนามบินคน
เหตุผลที่ต้องใช้วีลแชร์(รถเข็น)
*** การจัดการเรื่องที่นั่งและการขอวีลแชร์ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้ดำเนินการทางทัวร์จะทำการขอให้แต่ไม่การันตีว่าจะได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสายการบินเป็นผู้พิจารณา ***
รายละเอียดเรื่องอาหาร
อาหารมังสวิรัตคน
อาหารเจคน
อาหารอิสลามคน
แพ้อาหารทะเล หรือ อื่นๆระบุ
ไม่ทานเนื้อวัว หรือ อื่นๆระบุ
รายละเอียดเพิ่มเติม

** กรุณากรอกข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการติดต่อกับท่าน **

การสำรองที่จะสมบูรณ์เมื่อมีการชำระมัดจำแล้ว